วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

กทช.ตื่นจัดระเบียบทีวีดาวเทียม พิษป้าเช็งไล่จี้ขายตรง/โฆษณาเมินแห่ซื้อเวลา

จัดทำโดย นางสาวณัฐกาญจน์ นิมมานนวกุล เลขทะเบียน 4902100636
กทช.เร่งคณะทำงานออกกติกาคุมทีวีดาวเทียม เจอ "น้ำมหาบำบัดป้าเช็ง" โฉ่ "ขายตรง" ผุดเป็นดอกเห็ด เร่งจัดระเบียบเคเบิลสั่งลงทะเบียนขึ้นช่องรายการ ขอใบอนุญาตชั่วคราว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ตลาดโฆษณาโตขึ้นแตะ 9.6 หมื่นล้าน ทีวีดาวเทียมมาแรง เจาะฐานสมาชิก 5 ล้านครอบครัว

นายต่อพงศ์ เสลานนท์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ (กิจการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิก) ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า คณะทำงานและคณะอนุกรรมการฯ พยายามเร่งออกกติกาควบคุมกิจการทีวีดาวเทียม แต่ระหว่างรอกฎหมายประกาศใช้มีผู้ประกอบการหลายรายอาศัยช่องว่างเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สินค้าหรือการขายตรงผ่านกิจการทีวีดาวเทียมเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม จากประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตสำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ (กิจการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิกหรือเคเบิลทีวี) ได้เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนขึ้นช่องรายการ ซึ่งน่าจะช่วยควบคุมปัญหานี้ได้ โดยเริ่มที่กลุ่มเคเบิลทีวี ซึ่งคิดเป็น 90% จากจำนวนผู้ประกอบการเคเบิลและทีวีดาวเทียม
ทั้งหมดทั้งนี้ ถ้าสามารถควบคุมรายใหญ่ผ่านการลงทะเบียนขึ้นช่องรายการได้น่าจะทำให้การขายตรงมีจำนวนลดลง ส่วนกิจการทีวีดาวเทียมตามวงจรแล้ว หากต้องการให้มีผู้ชมจำนวนมากก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบมาทำกิจการเคเบิลทีวี ซึ่งจำเป็นต้องมาลงทะเบียนขึ้นช่องรายการและขอใบอนุญาตชั่วคราว
"อนุกรรมการฯ กังวลในกรณีดังกล่าวอย่างมาก เพราะไม่ใช่มีเพียงป้าเช็งที่โฆษณาน้ำมหาบำบัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายรายที่ใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อขายตรง" นายต่อพงศ์กล่าว
ส่วนแนวทางการปราบปรามไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งคณะทำงานต้องอาศัยการดึงผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้มีจิตสำนึกและเข้ามามีส่วนร่วม โดยในวันที่ 5 ก.พ.จะจัดอบรมและให้ความรู้เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการเคเบิลและทีวีดาวเทียมเข้าใจหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตสำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่มากขึ้น นอกจากนี้ จะเปิดให้ผู้ประกอบการขอใบอนุญาตชั่วคราวและลงทะเบียนขึ้นช่องรายการด้วย เนื่องจากตั้งแต่หลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตสำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่มีผลบังคับใช้ มีผู้ลงทะเบียนขอใบอนุญาตชั่วคราวเพียง 10 รายจากผู้ประกอบการทั้งหมด 500 ราย
"กฎหมายซับซ้อน มีข้อคำนึงมาก อาจทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่เคยต้องขอใบอนุญาตขาดความเข้าใจไปด้วย เลยไม่กล้ามาขอใบอนุญาต" นายต่อพงศ์กล่าว
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ตลาดรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาในปีนี้จะมีมูลค่า 96,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.7% เพราะเริ่มมีปัจจัยบวกมากขึ้น หลังเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณดีขึ้นทำให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นและมีการใช้งบโฆษณามากขึ้น โดยสื่อที่มีอิทธิพลชี้นำทิศทางของตลาดยังคงเป็นสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ มีเม็ดเงินโฆษณาสูงกว่า 50% ขณะที่สื่อสมัยใหม่ยังเติบโตสูงและมีแนวโน้มมาแรง แต่เม็ดเงินหมุนเวียนที่รวมกันแล้วมีเพียง 11,741 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13% ของเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมในปี 2552 ทำให้ยังไม่สามารถชี้นำทิศทางของอุตสาหกรรมโฆษณาในภาพรวมได้ โดยเฉพาะสื่ออินเทอร์เน็ตที่แม้เติบโตสูงกว่า 50% แต่มีสัดส่วนเพียง 2%
นอกจากนี้ สื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมเป็นสื่อที่ผู้ประกอบการสนใจใช้เป็นช่องทางการโฆษณาและกำลังมาแรงเช่นกัน โดยปัจจุบันครอบคลุมผู้ชมที่เป็นสมาชิก 3.6 ล้านครัวเรือน และมีเป้าหมายขยายฐานสมาชิกให้ได้ 5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2554 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ชมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงและยังได้รับอานิสงส์จากข้อจำกัดของเวลาโฆษณาในฟรีทีวี ซึ่งถูกควบคุมไม่เกิน 240 นาทีต่อวัน ทำให้สื่อประเภทนี้เป็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในปี 2553.
คำถาม
1. การตลาดโฆษณาชนิดใดมาแรงที่สุด และสามารถเจาะฐานสมาชิกได้เท่าใด??
2.การจัดอบรมในวันที่ 5 ก.พ. จัดขึ้นเพื่ออะไร??
3.ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ตลาดรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาในปีนี้จะมีมูลค่าเท่าใด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาจากสาเหตุใด??

ที่มา : http://www.thaipost.net/news/300110/17177

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

ธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้เติบโต 2.7 %

จัดทำโดย น.ส.ฌญาดา มงคลสวัสดิ์ เลขทะเบียน 4902100643

ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเติบโตร้อยละ 2.7 หลังจากติดลบในปีที่แล้ว

เวิร์ลด์ แบงก์ระบุว่าการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เลวร้ายจะช้าลงในปลายปีนี้เพราะ ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแรง จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2010 ระบุอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตคือปัญหาของตลาดการเงินและความต้องการที่ซบเซา ของภาคเอกชนในภาวะที่เกิดการว่างงานสูง
ธนาคารกลางโลกชี้ภาพรวมของผล ผลิตมวลรวม หรือจีดีพีของโลกว่า น่าจะขยายตัวร้อยละ 2.7 และเพิ่มเป็นร้อยละ 3.2 ในปีหน้า จากที่หดตัวลงร้อยละ 2.2 ในปีที่แล้ว ทั้งนี้คาดว่าประเทศกำลังพัฒนาจะเป็นผู้นำการเติบโต โดยเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 5.2 ในปีนี้ และเพิ่มเป็นร้อยละ 5.8 ในปีหน้า เศรษฐกิจจีนจะเป็นหัวเรือใหญ่ของการเติบโต คาดว่าจะเติบโตในอัตราร้อยละ 9 ทั้งในปีนี้และปีหน้า รองลงมาคือเศรษฐกิจในเอเชียใต้จะเติบโตร้อยละ 6.9 โดยที่อินเดียจะเติบโตร้อยละ 7.5
ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่ มั่งคั่งร่ำรวย จะยังไม่อาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าเศรษฐกิจของชาติพัฒนา จะเติบโตเพียงร้อยละ 1.8 ในปีนี้และเพิ่มเป็นร้อยละ 2.3 ในปีหน้า ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นศูนย์กลางของวิกฤติการเงิน คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2.5 ในปีนี้และเพิ่มเป็นร้อยละ 2.7 ในปี 2554 แต่ปัญหาการว่างงานยังคงเลวร้าย


คำถาม
1.อุปสรรคสำคัญของการเติบโตทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจคืออะไร
2.เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ถึงประมาณร้อยละเท่าไร และประเทศใดที่จะมีการเติบโตมากที่สุด
3.ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแต่ปัญหาอะไรยังคงจะมีอยู่

ที่อยู่เว็บ
http://news.sanook.com/economic/

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

เมื่อตลาดหุ้น ผันผวน ตลาด TFEX คือทางเลือกหนึ่งในคำตอบ

จัดทำโดย นางสาวสาวิตรี สวนพลี เลขทะเบียน 4902100658

สภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก ยังมีแต่ความผันผวนและความไม่ชัดเจนอยู่มาก ซึ่งแม้ว่าหลายสถาบันการเงินจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอเมริกาเพื่อรักษาสถานะของบริษัทไม่ให้ล้มละลาย หรือ แม้กระทั่งมหาเศรษฐี อย่าง วอแรนต์ บัฟเฟตต์ ที่ล่าสุด ได้ใส่เงินลงทุนให้กับ โกลด์แมน แซคส์ ที่เป็นวาณิชธนกิจ อับดับหนึ่งของโลก ที่กำลังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ไม่ให้ประกาศล้มละลาย อย่างวาณิชธนกิจ อันดับ 4 ที่ชื่อว่า เลแมน บราเธอร์ ที่ประกาศสภาวะล้มละลาย ไปก่อนหน้าในช่วง 2สัปดาห์ก่อนหน้านี้ พร้อมกับ AIG และเมอริลลินซ์ ทำให้ ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างร้อนร้อน หนาวหนาว เนื่องจากความกังวล ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะยังคงเกิดขึ้นอีกกับสถาบันการเงินอีกหลายแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ขนาดใหญ่ จึงทำให้นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงกองทุนต่างๆ ได้มีการขายสินทรัพย์ ออกมาอย่างมากมาย จนทำให้หุ้นตก กันยกใหญ่ โดยจะเห็นได้ว่าแม้ตลาดหุ้นไทย ก็ปรับตัวลงหลุด Low ในรอบ 18เดือน ที่ 600จุด ได้อย่างง่ายดาย ด้วยเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ดี หากเรามองว่า ภาพที่จะสะท้อนเศรษฐกิจ ในอนาคต ต่อจากเหตุการณ์นี้ ไม่ว่า ณ จุดตรงนี้ จะเป็นจุดสิ้นสุด ของเหตุการณ์วิกฤติการเงินนี้หรือไม่ แต่เชื่อได้ว่า ผลกระทบที่ตามมา ก็คงยากที่จะให้ตลาดพื้นตัวกลับมาเร็ว ซึ่งอาจต้องใช้เวลา อย่างน้อยกว่า 6เดือนหรือ 1 ปีที่จะเรียกความเชื่อมั่น ให้กับนักลงทุน ในการลงทุนต่อตลาดหุ้นได้อีก ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นจุดยืนยันที่ว่า จริงแล้วตลาดหุ้นได้ปรับตัวเป็นตลาดหมี ที่บ่งบอกว่าตลาดหุ้นเป็นขาลงต่อเนื่อง หรือ ซึมเซา ได้นับเป็นปี ๆ จากนี้ไป หลังจาตลาดหุ้นทั่วโลกที่แสดงสภาวะกระทิง ในช่วง 3 ปีก่อนหน้า และได้ทำให้หลายตลาด ปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ อย่างที่เห็นว่าตลาดหุ้นทั้งอเมริกา และไทย ได้แปลงสภาพเป็นตลาด Bearish ไปแล้ว ซึ่ง ณ ตอนนี้บอกได้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกได้เห็นภาพเป็นตลาด หมีมามากกว่า 6 เดือน และยากที่จะบอก ว่าจะลงทุนในหุ้นที่เป็นตลาดขาลงให้ได้กำไรได้อย่างไร
ดังนั้นกลยุทธ์ที่สำคัญในการลงทุนตลาดขาลงให้ชนะ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะในตลาดขาลง หุ้นจะปรับตัวลง มากกว่าขึ้น ดังนั้น หากซื้อหุ้น 5วันในสัปดาห์ หุ้นก็จะลงมากกว่า 3วัน และปรับขึ้นแค่เพียง 1 หรือ 2วัน
ดังนั้น การลงทุนในตลาดขาลง สามารถกำหนดกลยุทธ์การลงทุน ได้ดังนี้
1. หากเล่นสั้น ควรหาจังหวะที่ตลาดปรับลงลึก และเน้นการดีดกลับ และออกตัวตามเส้นค่าเฉลี่ยที่เป็นแนวต้าน ห้ามลุ้น ห้ามโลภ ตั้งจุดขายอย่างเดียว หากผิดทาง หลุดLow ขายทิ้ง ห้ามสวดมนต์ อ้อนวอน
2. หากลงทุนระยะยาว อาจเลือกหุ้นที่มีผลตอบแทน ด้านปันผลสูง เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในสภาวะตลาดที่มีการปรับตัวลงต่อ เพราะ yield ของปันผล จะเป็นตัวช่วยพยุงราคา เพียงแต่ ต้องเน้นธุรกิจที่มีรายได้ มั่นคง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจโลก
3. การถือเงินสด ไม่ใช่เรื่องแปลก ในสภาวะที่ไม่มีความชัดเจน หรือตลาดที่เป็นขาลง การถือเงินสด หรือตราสารเงินระยะสั้น เช่นกองทุนที่ลงทุน ใน Money market ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่แม้ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่สูงมาก แต่ความเสี่ยงต่ำ โดยนับเป็นการพักเงิน ที่รอจังหวะคลื่นลมสงบอีกครั้ง
4.การใช้เครื่องมือ อนุพันธ์ เช่น Futures หรือ Options ในการป้องกันความเสี่ยง หรือ การเก็งกำไร ในตลาดขาลง ซึ่งแม้ว่ามูลค่าพอร์ต ลดลง หรือ ตลาดรวมปรับตัวลง แต่เราก็สามารถสร้างกำไร ได้โดยการขายดัชนี ผ่านตลาด Futures
แม้ว่าตลาด Futures จะเป็นสินค้าใหม่ที่เปิดตัวได้แค่ 2ปีในเมืองไทย แต่ในตลาดหุ้นต่างประเทศในสหรัฐ ยุโรป หรือ ฮ่องกง นั้นเปิดทำการซื้อขายมานานแล้ว ซึ่งตลาดFutures นับเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์มากในตลาดหุ้นขาลง จนมีหลายคนให้คำเปรียบเทียบว่า ตลาดหุ้นขึ้น ถือหุ้นได้เปรียบ แต่ ถ้าตลาดหุ้นลง การ Short Futures นั้นได้เปรียบ ซึ่งตรงนี้ นับเป็นเรื่องที่ ต้องทำความเข้าใจในโอกาสต่อไป
คำถาม :
1. หากต้องการลงทุนระยะยาว ควรเลือกลงทุนในหุ้นแบบใด
2. การลงทุนใน Money Market มีผลดีอย่างไร
3. ตลาดแบบใดนับเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในตลาดหุ้นขาลง
ที่มา :

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ทองคำปิดร่วง $2.80 หลังดอลล์แข็งค่า

จัดทำโดย นางสาว ยุวรี กิยา เลขทะเบียน 4902100624

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) ทำสถิติร่วงลงหนักสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำ นอกจากนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานใน วันศุกร์นี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ปิดที่ 1,133.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.80 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,128.70-1,139.50 ดอลลาร์
แฟรงค์ เลช นักวิเคราะห์จากบริษัท ฟิวเจอร์แพธ เทรดดิ้ง ในเมืองชิคาโก กล่าวว่า ตลาดทองคำนิวยอร์กได้รับแรงกดดันอย่างหนักหลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็ง แกร่งขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักๆในตะกร้าเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ที่ว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนธ .ค.ของสหรัฐอาจลดลงเพียง 1,000 ราย ซึ่งจะเป็นสถิติที่ลดลงน้อยที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าอัตราว่างงานเดือนธ.ค.ปี 2552 ของสหรัฐจะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 10.1% จากเดือนพ.ย.ที่ 10%
กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ลดการถือครองทองคำลง 4.876 ตัน หรือ 0.4% อยู่ที่ 1,123.869 ณ วันที่ 6 ม.ค.

คำถาม
1. ราคาทองคำในตลาดโลกผันผวน เกิดจากสาเหตุใด
2. นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานเดือนธ.ค.ปี 2552 ของสหรัฐจะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 10.1% จากเดือนพ.ย.ที่ 10%เป็นเพราะเหตุใด
3. ภาวะเศรษฐกิจถดถอย คืออะไร และมีสาเหตุมาจากอะไร

ที่มา : http://www.mtsgold.co.th/th/news/financial/index.php?ELEMENT_ID=3136