จัดทำโดย นางสาวณัฐกาญจน์ นิมมานนวกุล เลขทะเบียน 4902100636
ชื่อเรื่อง : กสิกรไทยคาดส่งออกไตรมาส4ขยายตัว11%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดส่งออกไตรมาส 4 ของปีนี้พลิกกลับมาเป็นบวก 11% คาดทั้งปีติดลบ 14% ปีหน้าขยายตัว 9-13%
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.2552) อาจจะขยายตัวประมาณ 20% ซึ่งจะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวประมาณ 11% และทำให้การส่งออกในปีนี้หดตัวประมาณ 14% จากนั้นการส่งออกน่าจะฟื้นตัวมาจะขยายตัว 9-13% ในปี 2553
โดยปัจจัยสำคัญสุดที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการส่งออกในปีหน้ายังคงขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักๆ ของโลกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศ G-3 คือ สหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น ที่ยังคงเผชิญปัญหาการว่างงานสูง สะท้อนแนวโน้มความอ่อนแอของอุปสงค์ในภาคการบริโภค จึงมีการตั้งคำถามถึงอนาคตการเติบโตของเศรษฐกิจโลกหลังจากที่มาตรการกระตุ้นเหล่านี้ทยอยสิ้นสุดลงในระยะข้างหน้า
สำหรับประเด็นอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2553 ในด้านปัจจัยบวก ได้แก่ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยราคาสินค้าเกษตรหลายประเภทมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้มาก และจะมีผลของการลดภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีหลายกรอบลงเหลือ 0% ตั้งแต่ 1 ม.ค.2553
ส่วนปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย ได้แก่ แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท ที่อาจทำให้รายได้ของผู้ส่งออกในรูปเงินบาทมีมูลค่าลดลง สภาพการแข่งขันที่รุนแรง มาตรการการปกป้องทางการค้าของแต่ละประเทศ และปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นต้น
สำหรับการส่งออกของไทยเดือน ต.ค.2552 ปรับตัวดีขึ้น โดยหดตัว 2.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราลบที่น้อยที่สุดในรอบ 12 เดือน โดยมีมูลค่า 14,813 ล้านดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยจากเดือนกันยายน แต่เมื่อปรับผลของฤดูกาลแล้ว พบว่าการส่งออกยังคงขยายตัวได้ 1.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ขณะที่การส่งออกที่ไม่รวมทองคำ หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% ชะลอลงจากที่หดตัว 12.7% ในเดือนก่อนหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้น โดยสินค้าสำคัญหลายรายการที่เคยหดตัวมาตลอดช่วงที่ผ่านมาในปีนี้ได้เริ่มกลับมาขยายตัวเป็นบวก เช่น แผงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ข้าว, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำตาลทราย, เครื่องสำอาง, หนังสือและสิ่งพิมพ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น
ในด้านตลาดส่งออก การส่งออกไปยังตลาดจีนขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ขณะที่ตลาดใหม่โดยรวมก็ขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 การส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่ยังดำเนินไปได้ค่อนข้างดีในปีนี้ ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดใหม่ในปีนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 53.3% จากที่เคยอยู่ที่ 48.5% ในปี 2551
คำถาม :
1. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.2552) อาจจะขยายตัวประมาณ 20% ซึ่งจะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นอย่างไร?
2. ปัจจัยสำคัญสุดที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการส่งออกในปีหน้ายังคงขึ้นอยู่กับอะไร??
3. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้น โดยสินค้าสำคัญหลายรายการที่เคยหดตัวมาตลอดช่วงที่ผ่านมาในปีนี้ได้เริ่มกลับมาขยายตัวเป็นบวก ได้แก่อะไรบ้าง??
คำตอบ คือ
ตอบลบข้อ 1.จะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวประมาณ 11% และทำให้การส่งออกในปีนี้หดตัวประมาณ 14% จากนั้นการส่งออกน่าจะฟื้นตัวมาจะขยายตัว 9-13% ในปี 2553
ข้อ 2.ปัจจัยสำคัญสุดที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการส่งออกในปีหน้ายังคงขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักๆ ของโลกเป็นสำคัญ
ข้อ 3.ได้แก่ แผงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ข้าว, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำตาลทราย, เครื่องสำอาง, หนังสือและสิ่งพิมพ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น
ชื่อ นางสาวภัทริดา ชัยอำนาจ เลขทะเบียน 4902100649
คำตอบ คือ
ตอบลบข้อ 1.จะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวประมาณ 11% และทำให้การส่งออกในปีนี้หดตัวประมาณ 14% จากนั้นการส่งออกน่าจะฟื้นตัวมาจะขยายตัว 9-13% ในปี 2553
ข้อ 2.ขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักๆ ของโลกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศ G-3
ข้อ 3.ได้แก่ แผงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ข้าว, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำตาลทราย, เครื่องสำอาง, หนังสือและสิ่งพิมพ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น
ชื่อ นางสาว อัจฉรา เฉลยสุข เลขทะเบียน 4901208051
1.จะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวประมาณ 11% และทำให้การส่งออกในปีนี้หดตัวประมาณ 14% จากนั้นการส่งออกน่าจะฟื้นตัวมาจะขยายตัว 9-13% ในปี 2553
ตอบลบ2.ขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักๆ ของโลกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศ G-3
3.ได้แก่ แผงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ข้าว, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำตาลทราย, เครื่องสำอาง, หนังสือและสิ่งพิมพ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น
นางสาว พัณนิภา วารภาพ เลขทะเบียน 4902100422
คำตอบคือ
ตอบลบข้อ 1.จะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวประมาณ 11% และทำให้การส่งออกในปีนี้หดตัวประมาณ 14% จากนั้นการส่งออกน่าจะฟื้นตัวมาจะขยายตัว 9-13% ในปี 2553
ข้อ 2.ขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักๆ ของโลกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศ G-3
ข้อ 3.ได้แก่ แผงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ข้าว, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำตาลทราย, เครื่องสำอาง, หนังสือและสิ่งพิมพ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น
นาย พรหมมาศ แสงจง เลขทะเบียน 5002100434
คำตอบคือ
ตอบลบ1.จะทำให้การส่งออกในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขยายตัวประมาณ 11% และทำให้การส่งออกในปีนี้หดตัวประมาณ 14% จากนั้นการส่งออกน่าจะฟื้นตัวมาจะขยายตัว 9-13% ในปี 2553
2.ขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักๆ ของโลกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศ G-3
3.ได้แก่ แผงจรไฟฟ้า, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ, เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ข้าว, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำตาลทราย, เครื่องสำอาง, หนังสือและสิ่งพิมพ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น
นาย พรหมมาศ แสงจง เลขทะเบียน 5002100434